บริษัท Prop Trading คืออะไร? คำจำกัดความ ตัวอย่าง และการทำงานของการเทรดแบบ Funded
หากคุณกำลังค้นหาว่า what is prop trading firms คืออะไร คุณอาจกำลังเห็นคำที่คล้ายกันจำนวนมาก—prop trading firms, prop firm trading, trading prop firms และ funded accounts—ถูกใช้แทนกันไปมา ซึ่งอาจทำให้เรื่องนี้ดูซับซ้อนกว่าที่เป็นจริง
วิธีคิดที่ง่ายที่สุดคือ: prop trading firm คือบริษัทที่อนุญาตให้เทรดเดอร์เทรดด้วยเงินทุนภายใต้กฎของบริษัท ในโมเดลสมัยใหม่หลายแบบ เทรดเดอร์ต้องผ่านการประเมินหรือความท้าทายก่อน เพื่อแสดงว่าสามารถบริหารความเสี่ยงได้ หากผ่านตามข้อกำหนด พวกเขาอาจได้รับสิทธิ์เข้าถึงบัญชี funded และส่วนแบ่งของกำไรที่เข้าเกณฑ์
ฟังดูตรงไปตรงมา แต่รายละเอียดมีความสำคัญ กฎ โครงสร้างการจ่ายผลตอบแทน ขีดจำกัดความเสี่ยง การเข้าถึงแพลตฟอร์ม และเกณฑ์การประเมิน อาจแตกต่างกันมากจาก prop trading firm หนึ่งไปสู่อีกแห่ง หากคุณไม่เข้าใจรายละเอียดเหล่านี้ ก็ง่ายที่จะไปโฟกัสผิดจุด—เช่น ไล่ตามขนาดบัญชีที่ใหญ่—ในขณะที่มองข้ามตัวขับเคลื่อนที่แท้จริงของความสำเร็จระยะยาว: การบริหารความเสี่ยงอย่างมีวินัย
คู่มือนี้จะอธิบายแนวคิดนี้ด้วยภาษาง่าย ๆ แสดงให้เห็นว่า prop firm trading ทำงานอย่างไรในทางปฏิบัติ เปรียบเทียบกับการเทรดรายย่อย และให้เช็กลิสต์เพื่อหลีกเลี่ยงข้อผิดพลาดที่พบบ่อย
สรุปสั้น ๆ
- Prop trading firms ให้เทรดเดอร์เข้าถึงเงินทุนของบริษัท โดยปกติหลังจากผ่านการประเมินหรือความท้าทาย
- ในโมเดลสมัยใหม่ส่วนใหญ่ เทรดเดอร์ต้องปฏิบัติตาม กฎความเสี่ยง ที่เข้มงวด เช่น ขีดจำกัดการขาดทุนรายวัน, maximum drawdown และกฎการกำหนดขนาดสถานะ
- Prop firm trading ไม่ได้เน้นการคาดเดาการเคลื่อนไหวของตลาดทุกครั้ง แต่เน้นการส่งคำสั่งอย่างสม่ำเสมอและการควบคุมความเสี่ยง
- ไม่ใช่ทุกบริษัท prop trading จะเหมือนกัน; กฎ แพลตฟอร์ม ตารางการจ่ายเงิน และขั้นตอนการประเมินอาจแตกต่างกันอย่างมาก
- แนวทางที่ดีที่สุดคือการเปรียบเทียบบริษัทต่าง ๆ โดยพิจารณาจาก กฎ ความโปร่งใส เงื่อนไขการเทรด และเงื่อนไขการจ่ายผลตอบแทน ไม่ใช่แค่ขนาดบัญชีเท่านั้น
- ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย ได้แก่ การเทรดมากเกินไป การละเลยกฎ drawdown และการเลือกบริษัทโดยไม่เข้าใจกระบวนการประเมิน
- เช็กลิสต์ที่มีโครงสร้างจะช่วยให้คุณประเมินได้ว่าบริษัท prop trading เหมาะกับสไตล์การเทรดของคุณหรือไม่
- CMC Markets Funded เป็นหนึ่งในตัวอย่างของโมเดลการเทรดแบบ funded; ควรตรวจสอบกฎและเงื่อนไขอย่างละเอียดก่อนเข้าร่วมเสมอ
คำจำกัดความสำคัญ
ก่อนจะลงลึกไปกว่านี้ การกำหนดความหมายของคำหลักให้ชัดเจนจะช่วยได้มาก
Prop trading firm
Prop trading firm คือบริษัทที่จัดสรรเงินทุนสำหรับการเทรดให้กับเทรดเดอร์ตามกฎที่กำหนด เทรดเดอร์อาจเทรดด้วยเงินทุนของบริษัท และในหลายกรณี เทรดเดอร์จะได้รับส่วนแบ่งจากกำไรที่เข้าเกณฑ์ หากผ่านเงื่อนไขของโปรแกรม
Prop firm trading
Prop firm trading หมายถึงการเทรดภายใต้โปรแกรม proprietary trading โดยทั่วไปคือการเทรดในบัญชี funded หรือบัญชีประเมินผลแบบจำลอง ภายใต้กฎด้านความเสี่ยงและผลการดำเนินงานที่เข้มงวด
Trading prop firms
Trading prop firms เป็นวลีที่ใช้ในความหมายกว้างเพื่ออธิบายบริษัทที่เสนอโอกาสในการเทรดแบบ proprietary หรือแบบ funded ในทางปฏิบัติ มักหมายถึงบริษัทที่มีโปรแกรมประเมินผลเป็นหลัก
Funded account
Funded account คือบัญชีที่เทรดเดอร์ได้รับสิทธิ์เข้าถึงเงินทุนหลังจากผ่านเกณฑ์ของบริษัท โครงสร้างที่แน่นอนจะแตกต่างกันไปในแต่ละบริษัท
Evaluation or challenge
การ ประเมินผล หรือ ชาเลนจ์ คือกระบวนการคัดกรองที่บริษัทพร็อพเทรดจำนวนมากใช้เพื่อประเมินว่าเทรดเดอร์สามารถปฏิบัติตามกฎ บริหารความเสี่ยง และเทรดได้อย่างสม่ำเสมอหรือไม่
Drawdown
Drawdown คือจำนวนที่มูลค่าบัญชีลดลงจากจุดสูงสุดหรือยอดคงเหลือเริ่มต้น ขึ้นอยู่กับชุดกฎที่กำหนด บริษัทพร็อพมักใช้ขีดจำกัด drawdown รายวันและโดยรวม
Profit split
Profit split คือเปอร์เซ็นต์ของกำไรที่เข้าเกณฑ์ซึ่งจ่ายให้กับเทรดเดอร์ตามเงื่อนไขของโปรแกรม
สารบัญ
- [บริษัทพร็อพเทรดคืออะไร](#what-prop-trading-firms-are)
- [การเทรดกับบริษัทพร็อพทำงานอย่างไร](#how-prop-firm-trading-works)
- [ทำไมเทรดเดอร์จึงใช้บริษัทพร็อพเทรด](#why-traders-use-prop-trading-firms)
- [พร็อพเทรดเทียบกับการเทรดรายย่อย](#prop-trading-vs-retail-trading)
- [รูปแบบการประเมินที่พบบ่อย](#common-evaluation-models)
- [กฎที่คุณต้องเข้าใจ](#rules-you-must-understand)
- [ตัวอย่างการตั้งค่าของบริษัทพร็อพเทรด](#examples-of-prop-trading-firm-setups)
- [วิธีเลือกจากบริษัทพร็อพเทรดที่ดีที่สุด](#how-to-choose-among-the-best-prop-trading-firms)
- [ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย](#common-mistakes)
- [เช็กลิสต์](#checklist)
- [มุมมองของ CMC Markets Funded](#cmc-markets-funded-perspective)
- [คำถามที่พบบ่อย](#faq)
- [คำเตือนความเสี่ยง](#risk-disclaimer)
บริษัทพร็อพเทรดคืออะไร
บริษัทพร็อพเทรดดิ้งคือธุรกิจที่ให้เทรดเดอร์เข้าถึงเงินทุนภายใต้กรอบที่กำหนดไว้ ในความหมายดั้งเดิม การเทรดแบบ proprietary หมายถึงบริษัทเทรดเงินทุนของตนเองภายในองค์กร แต่ในรูปแบบสมัยใหม่ที่มุ่งสู่ผู้ใช้งานรายย่อย มักเกี่ยวข้องกับเทรดเดอร์ภายนอกที่ต้องผ่านการประเมินก่อนจึงจะได้รับอนุญาตให้เทรดในบัญชีที่ได้รับเงินทุนสนับสนุนได้
วลี what is prop trading firms โดยทั่วไปหมายถึงโมเดลเทรดเดอร์ที่ได้รับเงินทุนในรูปแบบสมัยใหม่นี้ บริษัทไม่ได้เพียงแค่แจกเงินให้เทรดเดอร์ แต่กำลังสร้างระบบเพื่อคัดเลือกเทรดเดอร์ที่สามารถบริหารความเสี่ยง ปฏิบัติตามกฎ และทำงานได้อย่างสม่ำเสมอ
แนวคิดหลักเบื้องหลังการเทรดกับ prop firm
แนวคิดหลักนั้นเรียบง่าย:
1. เทรดเดอร์พิสูจน์ทักษะผ่านการประเมิน.
2. เทรดเดอร์ปฏิบัติตามกฎของบริษัท.
3. หากผ่าน เทรดเดอร์อาจเข้าถึงบัญชีที่ได้รับเงินทุนสนับสนุนได้.
4. กำไร หากมี จะถูกแบ่งตามเงื่อนไขของโปรแกรม.
โครงสร้างนี้ออกแบบมาเพื่อลดความเสี่ยงของบริษัทและส่งเสริมพฤติกรรมการเทรดอย่างมีวินัย อีกทั้งยังหมายความว่าเทรดเดอร์จำเป็นต้องคิดต่างจากการเทรดในบัญชีรายย่อยของตนเอง
เหตุผลที่โมเดลนี้มีอยู่
บริษัทพร็อพเทรดดิ้งมีอยู่เพราะเทรดเดอร์จำนวนมากมีทักษะ แต่มีเงินทุนจำกัด โมเดลที่มีเงินทุนสนับสนุนสามารถสร้างเส้นทางให้เทรดเดอร์เข้าถึงเงินทุนในการเทรดในเชิงมูลค่าที่มากกว่าที่พวกเขาจะใช้ได้ด้วยตนเอง ในขณะเดียวกัน บริษัทก็ใช้กฎและเกณฑ์การประเมินเพื่อบริหารความเสี่ยงของตนเอง
อย่างไรก็ตาม การเข้าถึงเงินทุนไม่ได้ทำให้ความเสี่ยงในการเทรดหายไป บัญชีที่ได้รับเงินทุนสนับสนุนยังคงต้องอาศัยทักษะ ความอดทน และการปฏิบัติตามกฎอย่างเคร่งครัด
การเทรดกับ Prop Firm ทำงานอย่างไร
การเทรดกับ prop firm อาจดูแตกต่างกันไปตามผู้ให้บริการ แต่โปรแกรมส่วนใหญ่จะมีโครงสร้างคล้ายกัน
ขั้นตอนที่ 1: เลือกโปรแกรม
เทรดเดอร์จะเลือกบริษัทพร็อพเทรดดิ้งและเลือกขนาดบัญชีหรือแผนการประเมินผล นี่คือจุดที่สำคัญมากในการอ่านเงื่อนไขอย่างละเอียด ขนาดบัญชี ค่าธรรมเนียม กฎ และเงื่อนไขการจ่ายผลตอบแทนอาจแตกต่างกันอย่างมาก
ขั้นตอนที่ 2: ทำการประเมินให้สำเร็จ
หลายบริษัทกำหนดให้มีช่วงท้าทายหรือช่วงประเมินผล เทรดเดอร์มักต้องทำกำไรให้ถึงเป้าหมาย ขณะเดียวกันต้องอยู่ภายในขีดจำกัดการขาดทุนและกฎความเสี่ยงอื่นๆ
ขั้นตอนที่ 3: ผ่านการตรวจสอบยืนยันหรือการตรวจความสม่ำเสมอ
บางโปรแกรมมีขั้นตอนที่สอง เช่น ช่วงยืนยันผลหรือกฎความสม่ำเสมอ ซึ่งช่วยให้บริษัทมั่นใจว่าผลลัพธ์ของเทรดเดอร์ไม่ได้มาจากการรับความเสี่ยงมากเกินไป
ขั้นตอนที่ 4: ได้รับสิทธิ์เข้าถึงบัญชีทุน
หากเทรดเดอร์ผ่านตามข้อกำหนด ก็อาจได้รับสิทธิ์เข้าถึงบัญชีทุน จากนั้นจะทำการเทรดในบัญชีทุนภายใต้กรอบการเทรดจริงหรือจำลองของบริษัท ขึ้นอยู่กับผู้ให้บริการ
ขั้นตอนที่ 5: ปฏิบัติตามกฎที่ต่อเนื่อง
การผ่านการประเมินไม่ใช่จุดสิ้นสุดของกระบวนการ โดยปกติเทรดเดอร์ยังต้องปฏิบัติตามขีดจำกัดการขาดทุนรายวัน กฎการขาดทุนสูงสุด ข้อจำกัดด้านข่าว ขีดจำกัดขนาดล็อต หรือเงื่อนไขอื่นๆ ต่อไป
ขั้นตอนที่ 6: ขอรับการจ่ายผลตอบแทน
หากโปรแกรมอนุญาตให้มีการจ่ายผลตอบแทนและเทรดเดอร์มีกำไรที่เข้าเกณฑ์ เทรดเดอร์อาจยื่นขอรับการจ่ายผลตอบแทนตามกำหนดเวลาและเงื่อนไขของบริษัท บางบริษัทจ่ายรายสัปดาห์หรือทุกสองสัปดาห์ ขณะที่บางบริษัทใช้รอบการจ่ายที่แตกต่างกัน
ทำไมเทรดเดอร์จึงใช้บริษัทพร็อพเทรดดิ้ง
มีหลายเหตุผลที่เทรดเดอร์สนใจบริษัทพร็อพเทรดดิ้ง
เข้าถึงเงินทุนที่มากขึ้น
จุดดึงดูดสำคัญคือความสามารถในการเทรดด้วยขนาดบัญชีที่ใหญ่กว่าที่เทรดเดอร์อาจจัดหาได้ด้วยตนเอง ซึ่งอาจเป็นประโยชน์สำหรับเทรดเดอร์ที่มีกลยุทธ์แต่ไม่ต้องการเสี่ยงเงินออมส่วนตัวจำนวนมาก
สภาพแวดล้อมด้านความเสี่ยงที่มีโครงสร้างชัดเจน
บริษัทพร็อพเทรดมักกำหนดกฎเกณฑ์ที่ชัดเจน สำหรับเทรดเดอร์บางคน โครงสร้างแบบนี้ช่วยได้เพราะบังคับให้มีวินัย กรอบการทำงานที่กำหนดไว้สามารถช่วยลดการตัดสินใจเทรดแบบหุนหันพลันแล่นได้
โอกาสที่อิงตามผลงาน
เทรดเดอร์บางคนชอบโมเดลที่การเข้าถึงขึ้นอยู่กับผลงานมากกว่าขนาดบัญชีส่วนตัว หากเทรดเดอร์สามารถแสดงให้เห็นถึงความสม่ำเสมอ โมเดลนี้อาจเปิดเส้นทางให้ขยายขนาดได้
การยืนยันทักษะ
การผ่านการประเมินอาจถูกมองว่าเป็นรูปแบบหนึ่งของการยืนยันความสามารถ แม้จะไม่รับประกันความสำเร็จในอนาคต แต่ก็สามารถแสดงให้เห็นว่าเทรดเดอร์สามารถทำงานภายใต้สภาพแวดล้อมที่มีกฎเกณฑ์ได้
Prop Trading เทียบกับ Retail Trading
การเข้าใจความแตกต่างระหว่าง prop trading และ retail trading เป็นสิ่งสำคัญ หากคุณกำลังเปรียบเทียบบริษัทพร็อพเทรดที่ดีที่สุด
แหล่งที่มาของเงินทุน
ในการเทรดแบบ retail โดยทั่วไปคุณจะใช้เงินของตัวเอง ส่วนในการเทรดแบบ prop บริษัทจะจัดหาโครงสร้างเงินทุนภายใต้เงื่อนไขเฉพาะ
กฎด้านความเสี่ยง
เทรดเดอร์แบบ retail มักสามารถกำหนดพารามิเตอร์ความเสี่ยงของตนเองได้ ส่วนเทรดเดอร์แบบ prop ต้องปฏิบัติตามขีดจำกัดที่บริษัทกำหนด ซึ่งอาจเข้มงวดกว่าสิ่งที่พวกเขาเลือกเอง
จิตวิทยา
การเทรดแบบ retail อาจรู้สึกยืดหยุ่นกว่า แต่ก็ทำให้เทรดเดอร์ต้องรับผิดชอบทั้งหมดด้วย การเทรดกับบริษัทพร็อพเพิ่มแรงกดดัน เพราะเทรดเดอร์ต้องอยู่ภายในขอบเขตที่เข้มงวดเพื่อรักษาบัญชีไว้
การเก็บรักษากำไร
เทรดเดอร์แบบ retail จะเก็บกำไรสุทธิทั้งหมดหลังหักค่าใช้จ่าย ส่วนในการเทรดแบบ prop กำไรมักจะแบ่งตามสัดส่วนการแบ่งกำไร
ความรับผิดชอบ
การเทรดแบบ retail เป็นการบริหารจัดการด้วยตนเอง ส่วนการเทรดแบบ prop จะเพิ่มความรับผิดชอบจากภายนอกผ่านกฎ การติดตาม และการประเมิน
การเปรียบเทียบ: บริษัทพร็อพเทรด vs การเทรดแบบ Retail
| ปัจจัย | บริษัท Prop Trading | การเทรดแบบ Retail |
|—|—|—|
| เงินทุน | เงินทุนของบริษัทหรือโครงสร้างแบบมีเงินทุนสนับสนุน | เงินทุนของเทรดเดอร์เอง |
| กฎ | เข้มงวดและกำหนดไว้ล่วงหน้า | กำหนดเอง |
| ขีดจำกัดความเสี่ยง | โดยทั่วไปบังคับใช้ | เป็นทางเลือก |
| การแบ่งปันกำไร | พบได้บ่อย | ไม่เกี่ยวข้อง |
| การเข้าร่วม | การประเมินหรือการท้าทาย | เปิดบัญชีโดยตรง |
| จิตวิทยา | การปฏิบัติตามกฎมีความสำคัญอย่างยิ่ง | วินัยส่วนบุคคลมีความสำคัญอย่างยิ่ง |
สำหรับเทรดเดอร์จำนวนมาก การเลือกไม่ได้อยู่ที่ว่าโมเดลใดดีกว่าโดยรวม แต่เป็นเรื่องของว่าโครงสร้างใดเหมาะกับกลยุทธ์ นิสัย และระดับการยอมรับความเสี่ยงของตนเองมากกว่า
รูปแบบการประเมินที่พบบ่อย
ไม่ใช่ทุกบริษัท prop trading ที่ใช้เส้นทางสู่การได้รับเงินทุนแบบเดียวกัน ต่อไปนี้คือรูปแบบที่พบบ่อยที่สุด
การประเมินแบบขั้นตอนเดียว
โมเดลแบบขั้นตอนเดียวโดยทั่วไปจะให้เทรดเดอร์ทำกำไรให้ถึงเป้าหมายภายในขีดจำกัดความเสี่ยงที่กำหนดในเฟสเดียว ซึ่งมักจะง่ายกว่า แต่กฎอาจยังคงเข้มงวดอยู่
การประเมินแบบสองขั้นตอน
โมเดลแบบสองขั้นตอนมักประกอบด้วยช่วงท้าทายและช่วงยืนยัน เฟสแรกอาจกำหนดเป้าหมายกำไรที่สูงกว่า ขณะที่เฟสที่สองอาจใช้เป้าหมายที่ต่ำกว่า หรือใช้เกณฑ์ความสม่ำเสมอที่แตกต่างกัน
การได้รับเงินทุนทันที
บางโปรแกรมให้เข้าถึงบัญชีที่มีเงินทุนสนับสนุนได้ทันทีโดยไม่ต้องผ่านการท้าทายแบบดั้งเดิม โมเดลเหล่านี้อาจชดเชยด้วยกฎที่เข้มงวดกว่า ค่าธรรมเนียมที่สูงกว่า เลเวอเรจที่ต่ำกว่า หรือข้อจำกัดอื่น ๆ
การประเมินแบบจำลองเทียบกับการเทรดจริง
บางบริษัทใช้สภาพแวดล้อมแบบจำลองสำหรับการประเมินและ/หรือการเทรดในบัญชีที่ได้รับเงินทุนสนับสนุน ขณะที่บางแห่งอาจใช้การส่งคำสั่งในตลาดจริงในบางบริบท การตั้งค่าที่แน่นอนมีความสำคัญ โดยเฉพาะในเรื่องสลิปเพจ ความเร็วในการส่งคำสั่ง และการจัดการออเดอร์
กฎที่คุณต้องเข้าใจ
นี่คือหนึ่งในส่วนที่สำคัญที่สุดของการเทรดกับ prop firm เทรดเดอร์มักให้ความสำคัญกับเป้าหมายกำไรและมองข้ามกฎที่เป็นตัวกำหนดจริง ๆ ว่าบัญชีจะอยู่รอดหรือไม่
ขีดจำกัดการขาดทุนรายวัน
ขีดจำกัดการขาดทุนรายวันกำหนดเพดานว่าบัญชีจะขาดทุนได้มากแค่ไหนในหนึ่งวัน การละเมิดกฎนี้มักส่งผลให้ไม่ผ่าน
การขาดทุนสูงสุด
กฎการขาดทุนสูงสุดจำกัดการลดลงรวมที่อนุญาตในบัญชี ซึ่งอาจเป็นแบบคงที่หรือแบบ trailing ขึ้นอยู่กับบริษัท
จำนวนวันเทรดขั้นต่ำ
บางบริษัทกำหนดให้ต้องมีจำนวนวันเทรดขั้นต่ำก่อนจึงจะสามารถผ่านการประเมินได้ กฎนี้มักใช้เพื่อส่งเสริมความสม่ำเสมอ
ขนาดล็อตและข้อจำกัดด้านการเปิดรับความเสี่ยง
บริษัทอาจจำกัดขนาดสถานะ ความเสี่ยงรวม หรือจำนวนออเดอร์ที่เปิดอยู่ กฎเหล่านี้ออกแบบมาเพื่อป้องกันการกระจุกตัวของความเสี่ยงมากเกินไป
กฎเกี่ยวกับข่าวและช่วงสุดสัปดาห์
บางบริษัท prop trading จำกัดการเทรดในช่วงเหตุการณ์ข่าวสำคัญหรือในช่วงสุดสัปดาห์ ข้อจำกัดเหล่านี้อาจส่งผลอย่างมากต่อการเลือกกลยุทธ์
กฎด้านความสม่ำเสมอ
บางโปรแกรมกำหนดให้กำไรต้องกระจายอยู่ในหลายวันเทรด แทนที่จะกระจุกอยู่ในวันเดียวที่ทำกำไรได้มาก
เงื่อนไขการจ่ายผลตอบแทน
การจ่ายผลตอบแทนอาจขึ้นอยู่กับอายุของบัญชี เกณฑ์กำไรขั้นต่ำ หรือการปฏิบัติตามกฎทั้งหมด ควรตรวจสอบเงื่อนไขการจ่ายผลตอบแทนก่อนเทรดเสมอ
ตัวอย่างรูปแบบการตั้งค่าของบริษัท Prop Trading
เพื่อให้เข้าใจแนวคิดนี้ชัดเจนขึ้น ต่อไปนี้คือตัวอย่างแบบง่าย ๆ บางส่วน
ตัวอย่างที่ 1: รูปแบบชาเลนจ์มาตรฐาน
เทรดเดอร์จ่ายค่าประเมิน ตั้งเป้าหมายกำไร และต้องอยู่ภายในขีดจำกัดการขาดทุนรายวันและการขาดทุนรวม หากทำได้สำเร็จ เทรดเดอร์จะได้รับสิทธิ์เข้าถึงบัญชีทุน และอาจมีสิทธิ์รับผลตอบแทน
ตัวอย่างที่ 2: รูปแบบสองเฟสที่เน้นความสม่ำเสมอ
เทรดเดอร์ทำสำเร็จในเฟสแรกด้วยเป้าหมายและข้อจำกัดความเสี่ยง จากนั้นจึงเข้าสู่เฟสที่สองซึ่งมีข้อกำหนดในการยืนยัน บริษัทใช้สิ่งนี้เพื่อประเมินว่าผลการดำเนินงานสามารถทำซ้ำได้หรือไม่
ตัวอย่างที่ 3: โมเดลเข้าถึงได้ทันที
เทรดเดอร์จ่ายค่าธรรมเนียมที่สูงกว่าและได้รับสิทธิ์เข้าถึงบัญชีที่ได้รับทุนทันที แต่บริษัทกำหนดการควบคุมความเสี่ยงที่เข้มงวดกว่าและเงื่อนไขการถอนกำไรที่เข้มกว่า
ตัวอย่างที่ 4: การตั้งค่าตามแพลตฟอร์ม
บางบริษัทอนุญาตให้เทรดบนแพลตฟอร์มเฉพาะ เช่น MT5 หรือ Match-Trader การเลือกแพลตฟอร์มอาจส่งผลต่อการส่งคำสั่งซื้อขาย การทำกราฟ และการนำกลยุทธ์ไปใช้งาน หากแพลตฟอร์มมีความสำคัญต่อเวิร์กโฟลว์ของคุณ โปรดพิจารณาตัวเลือกที่มีอยู่อย่างรอบคอบ รวมถึง MT5 และ Match Trader
วิธีเลือกจากบรรดา Prop Trading Firm ที่ดีที่สุด
คำว่า best prop trading firms มักถูกใช้บนออนไลน์ แต่ “ดีที่สุด” ขึ้นอยู่กับกลยุทธ์และโปรไฟล์ความเสี่ยงของคุณ บริษัทที่เหมาะกับเทรดเดอร์คนหนึ่งอาจไม่เหมาะกับอีกคนหนึ่ง
ประเมินกฎก่อน
เริ่มจากกฎ ไม่ใช่การตลาด เป้าหมายกำไรที่เอื้อเฟื้อไม่ได้ช่วยอะไร หากกฎการขาดทุนสะสมไม่สอดคล้องกับสไตล์การเทรดของคุณ
ตรวจสอบความเข้ากันได้ของแพลตฟอร์ม
ตรวจให้แน่ใจว่าบริษัทรองรับแพลตฟอร์มและเครื่องมือที่คุณใช้งานจริง หากกลยุทธ์ของคุณพึ่งพาสภาพแวดล้อมการส่งคำสั่งซื้อขายเฉพาะ การเลือกแพลตฟอร์มจึงมีความสำคัญ
ทบทวนเงื่อนไขการจ่ายผลกำไร
ดูความถี่ในการจ่าย ยอดขั้นต่ำ โครงสร้างค่าธรรมเนียม และเงื่อนไขใดๆ ที่มีผลต่อคุณสมบัติในการรับเงิน เงื่อนไขการจ่ายที่ดีควรชัดเจนและโปร่งใส
ประเมินความโปร่งใส
บริษัทพร็อพเทรดดิ้งที่น่าเชื่อถือควรอธิบายกฎ ขั้นตอนการประเมิน และข้อจำกัดต่าง ๆ ด้วยภาษาที่เข้าใจง่าย หากเงื่อนไขคลุมเครือ นั่นเป็นสัญญาณเตือน
จับคู่โมเดลให้เหมาะกับกลยุทธ์ของคุณ
ทั้งสแกลปเปอร์ เทรดเดอร์สายสวิง และเทรดเดอร์ระหว่างวัน อาจต้องใช้ชุดกฎที่แตกต่างกัน ตัวอย่างเช่น กลยุทธ์ที่ถือสถานะข้ามช่วงข่าวอาจไม่เหมาะกับบริษัทที่มีข้อจำกัดด้านอีเวนต์ที่เข้มงวด
พิจารณาการสนับสนุนและเอกสารประกอบ
เอกสารที่ชัดเจนมีความสำคัญ แหล่งข้อมูลที่เป็นประโยชน์ เช่น How it works, Rules, และ Payouts สามารถช่วยให้เทรดเดอร์เข้าใจโปรแกรมก่อนตัดสินใจเข้าร่วม
อะไรทำให้บริษัทพร็อพเทรดดิ้งดี
บริษัทพร็อพเทรดดิ้งที่ดีไม่จำเป็นต้องเป็นบริษัทที่โฆษณาขนาดบัญชีใหญ่ที่สุด แต่คือบริษัทที่ผสานความชัดเจน ความสม่ำเสมอ และชุดกฎที่สอดคล้องกับพฤติกรรมการเทรดของคุณ
กฎที่ชัดเจน
กฎควรหาได้ง่ายและเข้าใจได้ง่าย
โครงสร้างการประเมินที่ยุติธรรม
การประเมินควรท้าทายแต่ไม่สับสน เทรดเดอร์ควรรู้แน่ชัดว่าต้องทำอะไรบ้าง
กรอบความเสี่ยงที่เหมาะสม
กฎควรส่งเสริมการเทรดอย่างมีวินัย มากกว่าจะให้รางวัลกับพฤติกรรมที่ประมาท
กระบวนการจ่ายผลตอบแทนที่โปร่งใส
กระบวนการจ่ายผลตอบแทนควรมีเอกสารกำกับและมีความสม่ำเสมอ
การเข้าถึงแพลตฟอร์มและตลาด
บริษัทควรรองรับตราสารและแพลตฟอร์มที่เกี่ยวข้องกับกลยุทธ์ของคุณ
ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย
เทรดเดอร์จำนวนมากล้มเหลวไม่ใช่เพราะแนวคิดไม่ดี แต่เพราะทำผิดพลาดที่หลีกเลี่ยงได้
โฟกัสแค่ขนาดบัญชี
บัญชีที่ใหญ่กว่าไม่ได้ดีกว่าเสมอไป หากกฎเข้มงวดเกินไปสำหรับวิธีของคุณ ขนาดบัญชีก็ไม่สำคัญ
การละเลยกลไกของ drawdown
หากไม่เข้าใจว่า drawdown เป็นแบบคงที่หรือแบบ trailing อาจทำให้สอบตกโดยไม่ตั้งใจได้
เทรดมากเกินไปหลังเริ่มต้นได้ดี
เทรดเดอร์บางคนจะกล้าเสี่ยงมากขึ้นหลังทำกำไรได้ในช่วงแรก แล้วจึงละเมิดขีดจำกัดความเสี่ยง
เทรดโดยไม่มีแผน
การเข้าสู่การประเมินโดยไม่มีแผนกลยุทธ์ ขีดจำกัดความเสี่ยง และแผนการบริหารการเทรดที่ชัดเจน เป็นข้อผิดพลาดที่พบบ่อย
ตีความกฎผิด
รายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ มีความสำคัญ จำนวนวันเทรดขั้นต่ำ ข้อจำกัดด้านข่าว และเงื่อนไขการจ่ายผลตอบแทน ล้วนส่งผลต่อผลลัพธ์ได้
เลือกกลยุทธ์ที่ไม่เหมาะกับบริษัท
กลยุทธ์ที่ใช้ได้ดีในบัญชีส่วนตัว อาจไม่เหมาะกับกฎของบริษัท prop trading
คาดหวังการได้รับทุนที่ง่ายเกินไป
บัญชีที่ได้รับทุนไม่ใช่ทางลัด ยังคงต้องอาศัยทักษะ วินัย และความสม่ำเสมอ
ไม่ติดตามผลการเทรด
หากไม่มีบันทึกการเทรดหรือข้อมูลวัดผล จะยากที่จะรู้ว่า edge ของคุณเป็นของจริงหรือเป็นเพียงความบังเอิญ
เช็กลิสต์
ใช้เช็กลิสต์นี้ก่อนเข้าร่วมบริษัท prop trading ใดๆ
- อ่านหน้ากฎทั้งหมดอย่างละเอียด
- ยืนยันขีดจำกัดการขาดทุนรายวันและวิธีคำนวณ drawdown สูงสุด
- ตรวจสอบว่า drawdown เป็นแบบคงที่หรือแบบ trailing
- ทบทวนเป้าหมายกำไรและจำนวนวันเทรดขั้นต่ำ
- ทำความเข้าใจความถี่ในการจ่ายผลตอบแทนและเงื่อนไขการมีสิทธิ์
- ยืนยันการรองรับแพลตฟอร์มและความพร้อมของเครื่องมือที่เทรดได้
- ตรวจสอบข้อจำกัดเกี่ยวกับข่าว ช่วงสุดสัปดาห์ หรือระยะเวลาการถือสถานะ
- ทบทวนกฎความสม่ำเสมอและข้อจำกัดขนาดล็อต
- เปรียบเทียบรูปแบบการประเมินกับสไตล์การเทรดของคุณ
- ตรวจสอบให้แน่ใจว่าโครงสร้างค่าธรรมเนียมชัดเจน
- ยืนยันว่าโปรแกรมเป็นแบบจำลอง แบบจริง หรือแบบผสม
- เริ่มต้นด้วยความเสี่ยงแบบอนุรักษ์นิยมจนกว่าคุณจะเข้าใจกฎทั้งหมดอย่างถ่องแท้
หากคุณต้องการภาพรวมเชิงลึกเกี่ยวกับกลไกของโปรแกรม โปรดอ่านหน้า Rules ของบริษัทก่อนเริ่มต้น และหากคุณพร้อมที่จะดำเนินการต่อ ให้ใช้หน้า Start Challenge เฉพาะเมื่อคุณยืนยันแล้วว่าเงื่อนไขเหมาะกับกลยุทธ์ของคุณ
มุมมองต่อ CMC Markets Funded
CMC Markets Funded เป็นหนึ่งในตัวอย่างของรูปแบบการเทรดแบบ funded ที่เทรดเดอร์อาจนำมาเปรียบเทียบเมื่อศึกษาบริษัท prop trading เช่นเดียวกับโปรแกรมอื่น ๆ ขั้นตอนสำคัญคือการตรวจสอบเงื่อนไข กฎความเสี่ยง แพลตฟอร์ม และเงื่อนไขการจ่ายผลตอบแทนอย่างละเอียดก่อนเข้าร่วม
แนวทางที่ใช้งานได้จริงคือการเปรียบเทียบโครงสร้างของโปรแกรมกับพฤติกรรมการเทรดของคุณเอง ตัวอย่างเช่น หากคุณเทรดระหว่างวัน คุณอาจให้ความสำคัญกับการส่งคำสั่ง ความเสถียรของแพลตฟอร์ม และกฎการขาดทุนรายวันมากกว่า หากคุณเทรดแบบสวิง การถือสถานะข้ามคืนและนโยบายช่วงสุดสัปดาห์อาจมีความสำคัญมากกว่า
ประเด็นสำคัญไม่ใช่เพียงชื่อแบรนด์ แต่คือรูปแบบ funded นั้นสอดคล้องกับวิธีการเทรด ความสามารถในการรับความเสี่ยง และวินัยของคุณหรือไม่
วิธีอ่านเงื่อนไขของ Prop Firm แบบมืออาชีพ
เทรดเดอร์จำนวนมากอ่านเงื่อนไขแบบผ่าน ๆ แล้วมาพบภายหลังว่ามีกฎที่ไม่ได้สังเกต นั่นเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงได้
มองหาข้อจำกัดที่ซ่อนอยู่
ตรวจสอบว่าบริษัทจำกัดการเทรดช่วงข่าว การถือสถานะข้ามสุดสัปดาห์ หรือระยะเวลาการถือออเดอร์หรือไม่
ระบุตัวชี้วัดความเสี่ยงที่แท้จริง
บางบริษัทใช้ trailing drawdown ซึ่งอาจเข้มงวดกว่าที่เห็นในตอนแรก
ยืนยันคุณสมบัติในการรับ payout
โปรแกรมอาจกำหนดจำนวนวันทำกำไรขั้นต่ำหรือช่วงเวลารอก่อนการจ่ายครั้งแรก
ทำความเข้าใจกฎการขยายขนาด
หากบริษัทมีการ scaling ให้ตรวจสอบว่าเกณฑ์ผลงานใดที่ต้องผ่าน และการ scaling ส่งผลต่อขีดจำกัดความเสี่ยงหรือไม่
ตรวจสอบพฤติกรรมของแพลตฟอร์ม
คุณภาพการส่งคำสั่ง ประเภทคำสั่ง และเครื่องมือสร้างกราฟสามารถส่งผลต่อผลลัพธ์ได้ โดยเฉพาะสำหรับกลยุทธ์ที่มีการเทรดบ่อยๆ
บริษัทพร็อพเทรดดิ้งเหมาะกับใคร
บริษัทพร็อพเทรดดิ้งมักเหมาะกับเทรดเดอร์ที่มีขั้นตอนการเทรดที่ทำซ้ำได้อยู่แล้ว และสามารถปฏิบัติตามกฎได้อย่างสม่ำเสมอ
เหมาะ: เทรดเดอร์ที่มีวินัย
หากคุณใช้การควบคุมความเสี่ยงอยู่แล้วและสามารถยึดตามแผนได้ โมเดลพร็อพอาจเหมาะกับคุณ
เหมาะ: เทรดเดอร์ที่มีเงินทุนส่วนตัวจำกัด
หากคุณมีทักษะ แต่ต้องการหลีกเลี่ยงการเสี่ยงเงินทุนของตัวเองทั้งหมด โมเดลที่ได้รับเงินทุนอาจน่าสนใจ
ไม่ค่อยเหมาะ: เทรดเดอร์ที่ใช้อารมณ์
หากคุณมักเทรดเกินจำเป็น ขยับจุดตัดขาดทุน หรือเพิกเฉยต่อกฎ โครงสร้างนี้อาจทำให้พฤติกรรมเหล่านั้นถูกเปิดเผยได้อย่างรวดเร็ว
ไม่ค่อยเหมาะ: เทรดเดอร์ที่มองหาผลลัพธ์ที่รับประกัน
ไม่มีบริษัทพร็อพเทรดดิ้งใดที่สามารถรับประกันกำไรหรือขจัดความเสี่ยงของตลาดได้
สิ่งที่คาดหวังได้หลังผ่านการประเมิน
การผ่านการประเมินเป็นเพียงหมุดหมายหนึ่ง ไม่ใช่เส้นชัย
การปฏิบัติตามกฎอย่างต่อเนื่องมีความสำคัญ
คุณยังคงต้องปฏิบัติตามกฎทุกวัน
ความสม่ำเสมอกลายเป็นสิ่งสำคัญมากขึ้น
ผลลัพธ์ที่ดีเพียงครั้งเดียวไม่เพียงพอ การส่งคำสั่งอย่างยั่งยืนมีความสำคัญ
การจ่ายเงินขึ้นอยู่กับคุณสมบัติที่เข้าเกณฑ์
แม้ว่าคุณจะทำกำไรได้ คุณก็ยังต้องผ่านเกณฑ์การจ่ายเงินของบริษัท
อาจมีการขยายขนาดได้
บางบริษัทมีแผนการขยายขนาดสำหรับเทรดเดอร์ที่แสดงให้เห็นถึงความสม่ำเสมอเมื่อเวลาผ่านไป
คำถามที่พบบ่อย
1. บริษัทพร็อพเทรดดิ้งคืออะไรแบบง่ายๆ?
บริษัทพร็อพเทรดดิ้งคือบริษัทที่เปิดโอกาสให้เทรดเดอร์เข้าถึงเงินทุนในการเทรดภายใต้กฎเฉพาะ โดยมักต้องผ่านการประเมินก่อน
2. การเทรดกับบริษัทพร็อพทำงานอย่างไร?
โดยปกติแล้วเทรดเดอร์จะต้องผ่านชาเลนจ์หรือการประเมิน ปฏิบัติตามข้อจำกัดด้านความเสี่ยง และอาจได้รับบัญชีที่ได้รับทุนหากเป็นไปตามข้อกำหนดที่กำหนดไว้
3. บริษัทพร็อพเทรดดิ้งเหมือนกับโบรกเกอร์รายย่อยหรือไม่?
ไม่เหมือนกัน โบรกเกอร์รายย่อยให้การเข้าถึงตลาดด้วยเงินทุนของคุณเอง ขณะที่บริษัทพร็อพเทรดดิ้งโดยทั่วไปจะมอบโครงสร้างการเทรดที่ได้รับทุนพร้อมกฎเกณฑ์
4. บริษัทพร็อพเทรดดิ้งทั้งหมดใช้กฎเดียวกันหรือไม่?
ไม่ กฎแตกต่างกันอย่างมาก รวมถึงเป้าหมายกำไร ข้อจำกัดการขาดทุน เงื่อนไขการจ่ายผลตอบแทน และการเข้าถึงแพลตฟอร์ม
5. ความเสี่ยงที่ใหญ่ที่สุดในการเทรดกับบริษัทพร็อพคืออะไร?
โดยทั่วไปความเสี่ยงที่ใหญ่ที่สุดคือการละเมิดกฎของบริษัท โดยเฉพาะข้อจำกัดการขาดทุน มากกว่าการขาดทุนจากการเทรดเพียงครั้งเดียว
6. ฉันสามารถใช้กลยุทธ์ใดก็ได้กับบริษัทพร็อพเทรดดิ้งหรือไม่?
ไม่เสมอไป บางกลยุทธ์อาจขัดกับข้อจำกัดด้านข่าว กฎการถือสถานะ หรือข้อกำหนดด้านความสม่ำเสมอ
7. ฉันควรมองหาอะไรในบริษัทพร็อพเทรดดิ้งที่ดีที่สุด?
มองหากฎที่ชัดเจน การจ่ายผลตอบแทนที่โปร่งใส แพลตฟอร์มที่รองรับกันได้ ข้อจำกัดความเสี่ยงที่เหมาะสม และเงื่อนไขที่เหมาะกับกลยุทธ์ของคุณ
8. บัญชีที่ได้รับทุนเหมือนเงินฟรีหรือไม่?
ไม่ บัญชีที่ได้รับทุนยังคงมีความเสี่ยง กฎเกณฑ์ และความคาดหวังด้านผลงาน
9. ทำไมบริษัทพร็อพถึงใช้การประเมิน?
การประเมินช่วยให้บริษัทประเมินได้ว่าเทรดเดอร์สามารถบริหารความเสี่ยงและเทรดได้อย่างสม่ำเสมอก่อนที่จะให้สิทธิ์เข้าถึงบัญชีที่ได้รับทุน
10. ฉันสามารถเสียบัญชีที่ได้รับทุนได้หรือไม่?
ได้ หากคุณละเมิดกฎหรือไม่เป็นไปตามเงื่อนไขของโปรแกรม การเข้าถึงอาจถูกยกเลิก
11. CMC Markets Funded รับประกันความสำเร็จหรือไม่?
ไม่มีโมเดลการเทรดที่ได้รับทุนใดรับประกันความสำเร็จหรือผลกำไรได้ เทรดเดอร์ควรอ่านเงื่อนไขอย่างละเอียดและเทรดอย่างรับผิดชอบ
บทสรุป
หากคุณกำลังถามว่า what is prop trading firms คำตอบคือ ธุรกิจเหล่านี้เป็นบริษัทที่ให้เทรดเดอร์เข้าถึงเงินทุนภายใต้กรอบกติกาที่กำหนดไว้ ในการเทรดแบบ funded สมัยใหม่ เทรดเดอร์มักต้องพิสูจน์ทักษะผ่านการประเมินก่อน จากนั้นจึงเทรดภายใต้ข้อจำกัดด้านความเสี่ยงที่เข้มงวดหากผ่านการจัดสรรเงินทุนแล้ว
บทเรียนที่สำคัญที่สุดคือ การเทรดกับ prop firm ไม่ได้มีแค่การหากลยุทธ์ที่ทำกำไรได้เท่านั้น แต่คือการปรับกลยุทธ์ของคุณให้สอดคล้องกับกฎของบริษัท บริหารความเสี่ยงอย่างรอบคอบ และทำความเข้าใจโครงสร้างการประเมินและการจ่ายผลตอบแทนก่อนเริ่มต้น
หากคุณเปรียบเทียบ prop firms อย่างรอบคอบ อ่านรายละเอียดเงื่อนไขทั้งหมด และหลีกเลี่ยงข้อผิดพลาดทั่วไปที่กล่าวไว้ข้างต้น คุณจะอยู่ในจุดที่ดีกว่ามากในการตัดสินใจว่าโมเดลนี้เหมาะกับเป้าหมายของคุณหรือไม่
Risk Disclaimer
การเทรดมีความเสี่ยงและอาจไม่เหมาะสำหรับผู้เข้าร่วมทุกคน Prop trading firms และโปรแกรม funded trading โดยทั่วไปมีกฎที่เข้มงวด เกณฑ์การประเมิน และอาจสูญเสียสิทธิ์ในการเข้าถึงหากละเมิดกฎเหล่านั้น บทความนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อการศึกษาเท่านั้น และไม่ถือเป็นคำแนะนำทางการเงิน การรับประกันการอนุมัติ หรือคำมั่นสัญญาว่าจะได้กำไร โปรดตรวจสอบข้อกำหนดและเงื่อนไขฉบับเต็มของโปรแกรมใด ๆ ก่อนเข้าร่วม และพิจารณาขอคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญอิสระหากจำเป็น
